ประวัติความเป็นมา

เป็นเวลากว่า 40 ปี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยผู้ก่อตั้ง คือ ศ.ดร. ทองสุข และ รศ. สมัยสวาท พงศทัต โดยใช้อาคารเรือนไม้ 2 ชั้นบนเนื้อที่ 300 ตารางวา เป็นสถานที่ศึกษาให้กับบุตรหลานในชุมชน โดยรองศาสตราจารย์ มานพ พงศทัตเป็นผู้รับใบอนุญาต และนางกิรินทร์ สุรักขกะ เป็นครูใหญ่ โดยตั้งชื่อโรงเรียนว่า “ อนุบาลทับทอง ” ซึ่งได้เปิดทำการสอนในระดับอนุบาล เริ่มแรกมีคุณครู 2 ท่าน คือ คุณครูกิรินทร์ สุรักขกะ และคุณครูปทุมวัน โลหะชาละ มีนักเรียน 10 คน

จากกการบริหารโรงเรียนที่มีการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดและให้ความรู้นักเรียน จนสามารถสอบเข้าโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นจำนวนมาก ทำให้โรงเรียนอนุบาลทับทองได้รับความเชื่อถือจากผู้ปกครอง บอกเล่ากันปากต่อปาก โดยที่โรงเรียนไม่เคยโฆษณาเลย อีกทั้งผู้ปกครองยังได้สนับสนุนมอบความไว้วางใจให้โรงเรียนเปิดแผนกประถม เพื่อบุตรหลานจะได้เรียนในระดับประถมศึกษาต่อไป


ต่อมา ในปีพ.ศ. 2528 โรงเรียนได้เปิดแผนกประถมศึกษา และเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนทับทอง” มาจนถึงปัจจุบัน โรงเรียนได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว มีนักเรียนจำนวนมากและมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถโดยมีวุฒิทางการศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท และโรงเรียนได้ขยายอาคารเรียนทั้งหมด 5 อาคาร

ต่อมาในปีพ.ศ.2545 ดร. อัญจลา จารุมิลินท ผู้บริหารคนปัจจุบัน ซึ่งจบการศึกษาจากด้านการบริหารการศึกษา จากสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาบริหารโรงเรียนสืบต่อจาก อาจารย์ กิรินทร์ สุรักขกะ (ครูไก่) ผู้เป็นมารดา จากการที่ดร. อัญจลา จารุมิลินท เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถทางด้านการบริหารการศึกษาและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จึงได้นำนวัตกรรมทางด้านการศึกษาเข้ามาใช้ในโรงเรียน โดยยึดปรัชญาที่สร้างความสมดุลทางวิชาการและกิจกรรมเพื่อนำความรู้สู่ความเป็นเลิศ ได้สร้างมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้ชัดเจนโดยได้จัดให้มีการทดสอบโดยใช้ข้อสอบวัดมาตราฐานการเรียนรู้และการใช้ภาษาอังกฤษ ที่ได้มาตรฐาน CERF และนำผลมาพัฒนาศักยภาพในการเรียนการสอนของโรงเรียน นอกจากนั้น ยังได้นำโครงการTrue click life เข้ามาวางพื้นฐานให้กับนักเรียนชั้นอนุบาลในการใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้นให้ถูกวิธี ได้สร้างโรงเรียนให้เป็นแหล่งให้ข้อมูลสำหรับผู้ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูลูก โดยนำหลักการสร้างวินัยเชิงบวก (101 Positive Discipline) ของ Dr. Katherine Kersey มาใช้เป็นต้น

จนถึงปัจจุบันโรงเรียนยังคงก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยได้ศึกษาใช้ทคโนโลยีสมัยใหม่มาประกอบการเรียนการสอน ทำให้ครูและนักเรียนมีการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้รับข้อมูลข่าวสารที่สำคัญอย่างรวดเร็ว เป็นการเสริมสร้างให้นักเรียนก้าวพร้อมไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างมั่นคง นอกจากนี้ยังเน้นให้นักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษจริง โดยนำภาษาอังกฤษเข้ามาบูรณาการทางด้านกิจกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน ทางด้านอาคารสถานที่โรงเรียนได้ปรับปรุงสนามให้เป็นสนามที่ปูด้วยหญ้าเทียมให้มีสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่น่าเรียน

ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพออกไปสู่สังคม ดังจะเห็นได้ว่าศิษย์เก่าได้ให้การยอมรับและมอบความไว้วางใจโดยนำบุตรหลานมาเรียนในโรงเรียนของเราเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี